สตม. รวบจีนเทาหนีคดี ซุกตัวหมู่บ้านหรูในไทย


8 ม.ค. 2569, 16:32

สตม. รวบจีนเทาหนีคดี ซุกตัวหมู่บ้านหรูในไทย




วันที่ 8 ม.ค.2569 ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ
ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. ได้สั่งการให้ สตม.
สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิด
กฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหาย
ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการ
กระทำความผิด

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ
รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ
โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้


1. สตม. รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์จีนหนีคดี ซุกตัวหมู่บ้านหรูด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสว่าพบชายชาวจีนมีพฤติกรรมต้องสงสัย จึงได้
ทำการสืบสวนพบว่าชายชาวจีนดังกล่าวใช้รถยนต์หรู และพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ส่วนใหญ่มักจะ
เก็บตัวอยู่ภายในบ้าน จึงได้ประสานตรวจสอบข้อมูลบุคคลไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำ
ประเทศไทย รับแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือ Mr.Zeng (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่
ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวกลับไปดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดย Mr.Zeng ได้จัดตั้ง
บริษัทปลอม ชื่อ Shell Company เพื่อชักชวนให้กลุ่มผู้เสียหายมาร่วมลงทุน เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ1,100,000 หยวน โดยใช้อาคารในเมืองแมนซิ่ว ประเทศเมียนมา เป็นสถานที่ในการกระทำความผิด และต่อมาได้หลบหนี
มายังประเทศไทย ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Zeng และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุม
จนท.ศปชก.สตม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจ
ค้นพบ Mr.Zeng จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบน่าเชื่อว่า Mr.Zeng ได้นำเงินที่
หลอกลวงมาซื้อทรัพย์สินในประเทศไทย จึงทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อ Toyota Alphard ทะเบียนสวยงาม จำนวน 1 คัน
ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ต้องหา และอยู่ระหว่างตรวจสอบบ้านหรูที่เข้าทำการตรวจค้นราคา
ประมาณ 20 ล้านบาท ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือไม่อย่างไร เพื่อจะได้ประสาน
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

2. สตม.รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์ญี่ปุ่น หลอกเหยื่อเทรดเงินออนไลน์

สืบเนื่องจาก บก.สส.สตม. ได้ทำการสืบสวนกรณีพบกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นในพื้นที่ทองหล่อ
มีพฤติการณ์ก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้ร่วมพักอาศัยในคอนโดมิเนียม จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพบว่าชาวญี่ปุ่น
รายดังกล่าว คือ Mr.Sakamoto (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี จึงได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำ
ประเทศไทย ขอตรวจสอบสถานะบุคคล โดยพบว่า Mr.Sakamoto เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น
ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีพฤติการณ์ในการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นตัวแทนของบริษัทลงทุนชักชวน
ให้ซื้อขายสกุลเงินออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น FX First ในห้วงปี พ.ศ.2566 เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวนหลายราย ความเสียหายรายละประมาณ 500,000 – 1,000,000 เยน ต่อมาทางการญี่ปุ่นได้ออกหมายจับ Mr.Sakamoto จึงได้
หลบหนีคดีมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขออนุมัติ ผบก.สส.สตม. เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Sakamoto และ
ควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป



3. ความคืบหน้าการดำเนินคดีนอมินี ในพื้นที่เกาะพะงัน
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนกรณีคนต่างด้าวลักลอบประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีอำพรางถือหุ้นแทน เพื่อให้
คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้ ซึ่งจากการสืบสวนในเบื้องต้นพบบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลมีพฤติการณ์ในการ
กระทำความผิด จำนวน 3 บริษัท โดยประกอบธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรู เป็นรายวันและรายเดือน ซึ่งมีทั้งประกาศขายวิลล่าหรู
หลังละ 15 ล้านบาท, ปล่อยเช่ารายวัน วันละ 10,000 บาท รายเดือน เดือนละ 80,000 บาท เป็นต้น โดยเน้นให้บริการ
กับคนต่างด้าวบางสัญชาติ ปัจจุบันได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีแล้วตามคดีอาญาที่ 945/2568, 946/2568 และ
948/2568 ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มคนไทยที่ช่วยเหลือและเป็น
ตัวแทนอำพราง (นอมินีถือหุ้นแทนในบริษัทของคนต่างด้าว) จำนวน 7 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาคนต่างด้าวซึ่งเป็น
เจ้าของธุรกิจที่แท้จริง จำนวน 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสำนวนการสอบสวน
เสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด
ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย
หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้ าเมือง
อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6
ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th





คำที่เกี่ยวข้อง : #สตม.  









©2018 CK News. All rights reserved.