วันที่ 14 ม.ค.2569 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร. ให้ตรวจสอบเอาผิดกับพนักงานสอบสวน ทั้งสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบัญชาการตำรวจภูธร รวมถึง ตำรวจ ตม. ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ ช่วยผู้ต้องหาชาวจีนให้หลบหนีจากห้องกักตัวของตม.สวนพลู
นายอัจฉริยะ บอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้บังคับการสืบสวน ตม.3 แถลงข่าวตอบโต้ตัวเองเรื่องการเติบโตขบวนการช่วยเหลือผู้ต้องหาชาวจีน โดยบอกว่ากระบวนการเป็นไปตามระเบียบตามกฏหมาย ป.วิอาญา ซึ่งมองว่า เหมือนเป็นการปกปิดความผิดให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องระดับนายพลใน ตม.
ขณะเดียวกันต้องขอบคุณ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ยอมรับว่า มีขบวนการช่วยเหลือผู้ต้องหาชาวจีนจริง แต่กรณีที่ทางการจีนหาส่งหนังสือแจ้งว่าผู้ต้องหาชาวจีนคนสำคัญหายไป2ราย ได้รับการชี้แจงส่งคืนกลับจีนไปแล้วปี2568 1ราย ส่วนอีกรายยังไม่พบนั้นตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย กองบัญชาการตำรวจนครบาล4 ทำเพียงตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจบางคนเท่านั้น แต่ไม่มีการขยายผลเรื่องนี้ต่อว่าในขบวนการมีใครบ้าง
นายอัจฉริยะ แฉว่า ขบวนการนี้ชื่อว่า แก๊งฝูเจี้ยน นายหน้าเป็นนายทุนชาวจีนที่พัทยา ชื่อที่คอยประสานหาผู้ต้องหาจีน กับ ตม.สวนพลู และมีทนายความ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจพื้นที่ต่างๆ ร่วมทำพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายศาลอายัดตัวผู้ต้องหาชาวจีน จากนั้นก็จะจ้างแท็กซี่ไปส่งผู้ต้องหาชาวจีนตามชายแดนเพื่อ หลบหนีออกนอกประเทศ โดยมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหาชาวจีน1คน มีค่าหัว ช่วยหลบหนีถึง 10 ล้านบาท
นายอัจฉริยะบอกว่า เรื่องนี้หากตรวจสอบจริงๆไม่ได้ยากเพราะตัวเองมีข้อมูลว่า นายทุนชาวจีน และ ทนายความ ที่เข้าไปช่วยเหลือในขบวนการนี้เซ็นเยี่ยมผู้ต้องหาชาวจีนในห้องกักตม.มากกว่า 500 ครั้ง ถ้าตรวจสอบจริงๆอย่างไรก็เจออยู่ที่ว่า ผบ.ตร. จะจริงจังกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
นายอัจฉริยะบอกว่า นอกจากตำรวจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ยังมีข้อมูลว่า แก๊งฝูเจี้ยน ใช้อิทธิพลของนักการเมืองคนหนึ่ง โดยส่งเงินให้ทุกเดือนไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทเพื่อเป็นค่าดูแล นายทุนชาวจีน
อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะ ยังบอกด้วยว่าได้มีโอกาสพูดคุยกับพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊กโดยบอกว่า ในสัปดาห์หน้า อาจจะออกมาแถลงข่าวสู้เพราะตอนนี้มั่นใจในพยานหลักฐานแล้ว
©2018 CK News. All rights reserved.