วันที่ 17 ม.ค.2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป.รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์, พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์ และ พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ., ร.ต.อ.สุภธีร์ คงเทพ รอง สว.กก.3 บก.ปอศ., ด.ต.อลิศ จำเนียรอนุสรณ์, ด.ต.ราชศักดิ์ ร่มไทร, ด.ต.ยงยุทธ โยทอง, จ.ส.ต.อนุสรณ์ ปั้นกันอิน และ จ.ส.ต.มนัญชัย นาญคงแนบ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ.
ร่วมกันจับกุม น.ส.อนงลักษณ์ฯ อายุ 63 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3622/2566
ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน”
สถานที่จับกุม บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจ ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2566 คนร้ายปลอมเพจเฟซบุ๊กของร้านทองชื่อดัง
โพสต์ข้อความชักชวนบุคคลทั่วไปให้นำเงินมาร่วมลงทุนเทรดหุ้นทองคำ กำไรร้อยละ 20-30 ของเงินลงทุน เพื่อดึงดูดความสนใจจากเหยื่อ โดยในระยะแรกได้ผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โดยคนร้ายอ้างสารพัดเงื่อนไข ก่อนจะตัดขาดการติดต่อ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง มูลค่า
ความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด 50 ราย นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการ “CIB Anti- Online Scam ขุดรากแก๊งปลอมเพจหลอกชวนเทรดหุ้น”
โดยสามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ 26 ราย ในจำนวนนี้มีหัวหน้าแก๊งระดับสั่งการชาวจีนจำนวน 4 ราย ตรวจยึดของกลาง อาทิ สมุดบัญชีธนาคาร, ซิมการ์ด, คอมพิวเตอร์ และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินขบวนการดังกล่าว พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสามารถทำการจับกุมเครือข่ายผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 1 ราย เบื้องต้นให้การภาคเสธ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปี 2566 ได้มี น.ส.ใหม่ (นามสมมติ) ได้เข้ามาติดต่อชักชวนให้เปิดซิมการ์ดโทรศัพท์ จากนั้น ให้ผู้ต้องหาทำการยืนยันตัวตน โดยให้ทำการสแกนใบหน้า หันซ้าย – ขวา, ขึ้น - ลง และกระพริบตา ได้รับค่าตอบแทน 200 บาท แต่ไม่ได้รับซิมการ์ดโทรศัพท์ตามคำกล่าวอ้างแต่อย่างใด ภายหลังจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จึงทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการยืนยันตัวตนเพื่อทำการเปิดบัญชีธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์ และลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับผูกบัญชีธนาคาร จากนั้นบัญชีได้ถูกนำไปใช้ใน
การกระทำความผิด
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน การนำบัญชีธนาคาร/ซิมการ์ดมือถือของตนไปให้ผู้อื่นใช้ทำผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเป็นธุระจัดหา/โฆษณา โทษจะหนักกว่านั้นคือจำคุก 2 - 5 ปี ปรับ 200,000 - 500,000 บาท
เพื่อป้องกันตนเอง ห้ามเปิดบัญชี/ให้ยืมซิมการ์ด ให้แก่บุคคลอื่นเด็ดขาด และระวังการให้ข้อมูลส่วนตัวเพราะจะถูกนำไปใช้หลอกลวงหรือฟอกเงินได้

©2018 CK News. All rights reserved.