“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ขอโอกาส เพื่อไทย ดูแลคนไทยอีกครั้ง


7 ก.พ. 2569, 09:46

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 ขอโอกาส เพื่อไทย ดูแลคนไทยอีกครั้ง




วันที่ 7 ก.พ.2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยปราศรัยเป็นคนสุดท้าย โดยมีภรรยาพร้อมลูกชายลูกสาวทั้งสองคนมาเชียร์ติดขอบเวที รวมถึงรวมถึงน้องสาวทั้งสองคนด้วย

นายยศชนัน ได้เดินมาจับมือภรรยาและลูกลูกที่หน้าเวที ก่อนที่จะเดินกลับไปโพเดียมปราศรัย ว่า หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง , หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทยจะไร้คอรัปชั่น , หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า คนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด , หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทย จะเป็นเมืองที่อากาศสะอาด ปลอดภัย สำหรับลูกหลานของเรา , หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เด็กไทยทุกคนต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด , หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่า ครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จะมีรายได้ เพียงพอกับรายจ่าย และเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ อีกครั้ง , หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เราจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และพร้อมที่จะยืนบนลำแข้งตัวเอง มีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ในยุคสงครามทางเทคโนโลยี อย่างสง่างาม และหลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“ทุกคนครับ เพราะผมเชื่อเสมอว่า สำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกัน ทุกอย่างต้องเป็นไปได้ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวัง ของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง”

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ปี 2551 ตนเริ่มเส้นทางการต่อสู้ เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับคนไทย จากคำถามที่ว่าทำไมประเทศไทย ไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองเลย ทำไมประเทศไทย ไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีๆ ที่จะใช้รักษาชีวิตของคนไทย ทำไมคนพิการไทย ไม่ได้รับการดูแล อย่างเท่าเทียมกัน 17 ปี บนเส้นทางสู่การต่อสู้ เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยี เพื่อคนไทย ผมได้พิสูจน์แล้วครับว่า หากได้รับการสนับสนุนที่ดี คนไทยก็ทำได้ คนไทยไม่แพ้ใครครับ !!! คนไทยต้องไปได้ไกลกว่านี้

และปี 2557 ตนเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะสานต่อ ให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ จากคนไทย แต่ปัญหามีมากกว่าที่ผมคิดครับ ในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคต คนไทยหลายคนยังถามหาข้าวมื้อต่อไปของเค้า คนไทย 3.4 ล้านคน ยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ผมเห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อยู่ในเมือง และนอกเมือง อย่างชัดเจน ตนเห็นหลายครอบครัวล้มลง จากปัญหายาเสพติด ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น ผมจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ผมเข้าใจแล้วครับว่า เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากปราศจากหัวใจ หากปราศจากความเข้าใจ ในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากผมได้รับโอกาสอีกครั้ง ตนพูดกับตัวเองเสมอว่า พร้อมที่จะทำอีกครั้งด้วยความเข้าใจ ในหัวใจของประชาชน

และปี 2568 ตนก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง และครั้งนี้ ตนพร้อมแล้วที่จะบอกกับทุกคนว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคน ให้เป็นความจริง ตนจะทำเพื่อคนไทยทุกคน ให้ดีที่สุด ความหวังของพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกร ที่ผลผลิตทางการเกษตรของเค้า จะมีราคาที่ดีขึ้น ความหวังที่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ทำการเกษตรแล้วจะได้กำไร ความหวังที่เกษตรกร จะไม่ต้องล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า จากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ความหวังของคนค้าขาย ที่วันนี้รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของคนค้าขาย ที่รอการกลับมาของนักท่องเที่ยว ความหวังของ SME / Startup ที่กำลังแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ ความหวังของคนทำประมง ความหวังของ ครู ข้าราชการ ที่วันนี้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะเข้าถึง การรักษาที่ดี แม้จะอยู่ในที่ห่างไกล ความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่จะมีน้ำประปาที่สะอาด ไฟฟ้าส่องสว่างในทุกๆที่ บนผืนแผ่นดินไทย - ความหวังที่ลูกหลานของเค้า จะอยู่อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด ความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐ ในวันที่เค้าล้มลง ทุกๆวัน

ในทุกเวทีแห่งความหวัง ทั่วประเทศไทย การเดินทางผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และความหวังสุดท้ายคือการเดินทางมาหาผม เพื่อที่จะพูดว่า ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย สายตาที่มาด้วยความห่วงใย มาเพื่อประคับประคอง เพราะเค้าเคยรอดชีวิตด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มาด้วยใจ จากคุณยาย ที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปราม ยาเสพติดของพรรคไทยรักไทย น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกัน ของพี่น้องเสื้อแดง เสื้อตัวเดิมนำกลับมา เพื่อบอกกับลูกหลานคนนี้ว่า เค้ายังอยู่เคียงข้างเราเสมอ สายตาที่มองมาเพื่อในวันกำลังใจ ในวันที่ผมอ่อนล้า เพื่อที่จะเป็นกำลังใจ ให้ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า วันนี้ลุงยา (คุณลุงจากอำนาจเจริญที่สานกระติบข้าวเหนียวเป็นชื่อยศชนัน) มากับผมด้วย ผมรู้ด้วยซ้ำว่าคุณลุงเขียนชื่อผมอยู่บนกระติ๊บอันนึงและวันนั้นเป็นวันที่ผมหมดแรงไม่อยากจะลุกขึ้นแล้ว พอเห็นกระติ๊บลงเท่านั้นคือคักเลยเพื่อประชาชนคนไทย

นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า ตนไม่รู้ว่า จะอยู่บนโลกใบนี้ ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะส่งมอบ ให้กับคนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย ตนจะทำให้ดีที่สุด เราดึงเศรษฐกิจนอกระบบ เข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้กับประเทศ ประเทศไทยจะยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ในเวทีโลก ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทยจะให้โอกาสคนที่ล้มลง ให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แก้หนี้ทั้งระบบ และดูแลกลุ่มเปราะบางให้ดีที่สุด เพราะเค้าคือคนไทย การขยายฐานเกษตร มูลค่าสูง อุตสาหกรรมสะอาด มูลค่าสูง และบริการ มูลค่าสูง ด้วยการยกระดับ เศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจ ฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงิน วางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ เพื่อคนไทย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก บริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ

ประเทศไทยต้องไร้คอรัปชั่นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ดูและประชาชนด้วยวิทยศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“แยกแห่งความหวังกำลังจะเปิดขึ้นมาแล้วครับ วันที่ 8 กุมภา นี้ ผมขอโอกาสพรรคเพื่อไทย ดูแลคนไทยทุกคนอีกครั้ง ผม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝัน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เป็นความจริง ”
 





คำที่เกี่ยวข้อง : #ยศชนัน  









©2018 CK News. All rights reserved.