วันที่ 15 ก.พ.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก รอง ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.หญิง ภาพิมล ชัยขันธ์ รอง ผกก.1 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี, พ.ต.ท.ประทีป จันทร์เพชรบุรี, พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.อ.ประมุข ภิรมย์เจียว, ร.ต.อ.หญิง ศรุตา ขันธรูจี รอง สว. กก.3 บก.ปอท., ร.ต.ต.เอก ครองบุญ รอง สว.(ป) กก.3 บก.ปอท.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท.
ร่วมกันจับกุม
1. น.ส.โซพอนฯ อายุ 36 ปี สัญชาติกัมพูชา
2. นายบันนาริทฯ อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา
3. น.ส.โซรันฯ อายุ 37 ปี สัญชาติกัมพูชา
4. นายแตทฯ อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา
ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สบคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพระเหตุที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน”
สถานที่จับกุม
1. น.ส.โซพอนฯ จับกุมที่บริเวณคอนโด ม.2 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
2. นายบันนาริทฯ) จับกุมที่บริเวณคอนโด ม.2 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
3. น.ส.โซรันฯ จับกุมที่บริเวณคอนโด ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
4. นายแตทฯ จับกุมที่บริเวณอพาร์ทเม้นท์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายหลอกขายโทรศัพท์ ในเฟซบุ๊ก ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินไปยังเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาผู้เสียหายได้พบคนร้ายใช้เพจ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง หลอกผู้เสียหายว่าจะติดตามเงินคืนให้ โดยให้เพิ่มไลน์และให้ทำการเทรดหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน โดยคนร้ายจะมีข้ออ้างให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมความเสียหายเป็นเงินกว่า 8 แสนบาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการนำเงินออกจากบัญชีม้าโดยถอนเงินสดที่ธนาคาร ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. จึงได้ตรวจค้นเป้าหมายที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสดจำนวน 4 ราย ที่ห้องเช่าในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และได้แจ้งข้อกล่าวหา
1. MS. SOPHORN อายุ 36 ปี สัญชาติกัมพูชา (เจ้าของบัญชี/คนถอนเงินสด)
2. MR. BUNNARITH อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา (แฟน/ประสานงานระหว่างคนสั่งการกับคนถอนเงิน/รวบรวมเงิน)
3. MS. SORAN T อายุ 37 ปี สัญชาติกัมพูชา (เจ้าของบัญชี/คนถอนเงินสด)
4. MR. THET อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา (เจ้าของบัญชี/คนถอนเงินสด)
และตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ,บัตรเอทีเอ็ม,สมุดบัญชี ของบัญชีม้า เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุและเงินสดกว่า 3 แสนบาท นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
MS. SOPHORN บว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้า และผู้ถอนเงินสด โดยได้รับส่วนแบ่ง 20% ของเงินที่ถอนได้
MR. BUNNARITH ซึ่งเป็นแฟนกับ MS. SOPHORN รับว่าเป็นผู้ประสานงานระหว่างคนสั่งการกับคนถอนเงิน และเป็นผู้รวบรวมเงินแพ็กใส่กล่องส่งเงินต่อชายแดนไทย-กัมพูชา
MS. SORAN รับว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสด
MR. THET รับว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสด ได้รับค่าจ้างการในการถอนเงินสด 500 บาท
เตือนภัย ไม่ควรหลงเชื่อเพจที่ขายสินค้าราคาถูกเกินควร และเพจที่แอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานราชการ โดยอ้างว่าสามารถให้ความช่วยเหลือตามเงินคืนได้ แต่ต้องโอนเงินหรือมีข้ออ้างต่างๆ ให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ
การกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ โอน ถือครอง หรือแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามกฎหมาย

©2018 CK News. All rights reserved.