ปคบ.สนธิกำลังปศุสัตว์ ตรวจยึด “ซากโคเถื่อน” กว่า 3.6 ตัน คาห้องเย็นกลางเมืองอยุธยา


21 ก.พ. 2569, 11:32

ปคบ.สนธิกำลังปศุสัตว์ ตรวจยึด “ซากโคเถื่อน” กว่า 3.6 ตัน คาห้องเย็นกลางเมืองอยุธยา




วันที่ 21 ก.พ.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,
พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว
รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ.,
พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สุมรภูมิ ไทยเขียว รอง ผบก.ปคบ. และ พ.ต.อ.ธนาทัศน์
ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ​.,
         เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วิศรุต​ บาง​น้ำเค็ม รอง ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.ปฐมพงศ์
วชิรโชติกุล รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ., ว่าที่ พ.ต.ต.มนูญ แทงทอง สว.กก.2 บก.ปคบ., ร.ต.อ.มานิต รัตนจินดา, ร.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พิทักษ์ประชาชน รอง สว.กก.2
บก.ปคบ. และ ด.ต.วิเชียร ประคองสิน ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปคบ.
ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ นำโดย นายปิยพงษ์ มิ่งสกุล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษและ นายนพดล กันเกตุ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ
สถานที่เกิดเหตุ ห้องเย็น ม.10 ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา       
พฤติการณ์แห่งคดี ปัจจุบันพบปัญหาการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายซากสัตว์และเครื่องในสัตว์
จากต่างประเทศ โดยไม่ได้ผ่านการควบคุมตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อ
การแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย, โรคแอนแทรกซ์ รวมถึงโรคติดต่อจากสัตว์
สู่คน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหาร ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศ
จากการทำงาน สนธิกำลังและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ จนทราบว่า ห้องเย็นต้องสงสัยในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบนำเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายมาเก็บไว้
เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ ได้เข้าตรวจสอบห้องเย็นดังกล่าวพบผู้ดูแลสถานที่อยู่ภายใน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอทำการตรวจสอบตามกฎหมาย
ผลการตรวจสอบพบของกลาง
1. เครื่องในโคแช่แข็ง (ลิ้น) จากประเทศบราซิล จำนวน 46 กล่อง กล่องละประมาณ 30 กิโลกรัม รวม 1,380 กิโลกรัม
2. เครื่องในโคแช่แข็ง (กระเพาะ) จากประเทศอาร์เจนตินา จำนวน 173 กล่อง กล่องละประมาณ
13 กิโลกรัม รวม 2,249 กิโลกรัม
รวมปริมาณเครื่องในโคแช่แข็งทั้งสิ้นกว่า 3,629 กิโลกรัม (กว่า 3.6 ตัน)
รวมมูลค่าของกลาง 300,660 บาท



จากการตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตนำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์และใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือ
ซากสัตว์ตามที่กฎหมายกำหนด จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดเครื่องในโคแช่แข็งทั้งหมดไว้ ณ สถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บตัวอย่าง
ส่งตรวจสอบคุณภาพและเชื้อโรคระบาดที่ห้องปฏิบัติการของสำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์
เพื่อประเมินความปลอดภัยและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558
1. นำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง, 68 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 22, 65 ต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เนื้อสัตว์หรือเครื่องในที่เข้านำมาโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ อาจปนเปื้อนเชื้อโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย แอนแทรกซ์ หรือเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในคน เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic diseases) ทำให้ประชาชนเจ็บป่วย และอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่
ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อราคาเนื้อสัตว์ในประเทศและยังเสี่ยงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค รวมถึงกระทบต่อภาพลักษณ์ด้าน
ความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือน ผู้ประกอบการที่ลักลอบนำเข้า เก็บรักษา หรือจำหน่ายซากสัตว์ และเครื่องในสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคระบาดสัตว์ตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดร้ายแรง มีโทษตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์
พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ อีกทั้งอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อเนื่องโดยไม่ละเว้นผู้ใดและ
ฝากถึงผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป ขอให้ตระหนักว่าเนื้อสัตว์หรือเครื่องในสัตว์ที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน
อาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคระบาดและสารอันตราย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ ขอให้เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยและเอกสารรับรองการนำเข้าอย่างถูกต้อง หากพบเบาะแสการลักลอบนำเข้า โปรดแจ้ง สายด่วน บก.ปคบ. โทร. 1135 หรือ เพจเฟซบุ๊กกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ. โทร. 062 - 3935995


การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น





คำที่เกี่ยวข้อง : #ปคบ.  









©2018 CK News. All rights reserved.