วันที่ 2 มี.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์, พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์, พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ, พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รรท.รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พงศกร โนรี ประจำ(สบ5)บก.ปคม., พ.ต.อ.อลงกต
คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.อาทิตย์ พุ่มทอง และ พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กก.5 บก.ปคม.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย
1. นางโสภาฯ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 7206/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568
2. น.ส.ธีริศราฯ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 7205/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568
3. น.ส.วิภาวรรณ์ฯ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 7204/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน
ค้ามนุษย์ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้าประเวณีโดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งเด็กโดยกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี
และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกัน ร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งเด็ก โดยมีความ
มุ่งหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยให้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี และไม่ว่า
การกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในราชอาณาจักรหรือนอกราชอาณาจักร
แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่
ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, ร่วมกันโดยทุจริต รับไว้ เป็นธุระจัดหา, ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ โดยการช่วยเหลือให้ความสะดวกสะดวกหรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือ
จากผู้ซึ่งค้าประเวณี และจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ ร่วมกันกระทำการชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติเสียหาย ไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำความผิด, ร่วมกันชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กกระทำการด้วยประการใด อันเป็นการแสวงหา ประโยชน์โดยมิชองจากเด็ก และร่วมกันชักจูง ยุยง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารไม่ว่าจะเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด, ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์ นั้นเต็มใจไปด้วย”
พฤติการณ์ของคดี สืบเนื่องจากก่อนเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ทำการช่วยเหลือ น.ส.กวาง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพและฟื้นฟูสภาพจิตใจ ณ บ้านเกร็ดตระการ จ.นนทบุรี จากการซักถาม น.ส.กวาง ได้ความว่า เมื่อประมาณกลางปี 2566 ขณะนั้นอายุ 13 ปีเศษ ได้มี น.ส.วิภาวรรณ์ฯ เพื่อนรุ่นน้องของแม่ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน มาเล่าให้ฟังว่าไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส บอกว่างานชิวๆ เงินดี จากนั้นได้ทักข้อความเฟสบุ๊คมาหา น.ส.กวาง บอกว่าเจ้าของร้านหาเด็กอยู่ และชักชวนให้ไปทำงานด้วยกันที่ร้าน น.ส.กวาง หลงเชื่อใจ จึงได้ตอบตกลงจะไปทำงาน โดย น.ส.กวาง ได้บอกไปว่าอายุเพียง 13 ปี สามารถทำงานได้ใช่มั้ย น.ส.วิภาวรรณ์ฯ
บอกว่าทางเจ้าของร้านให้มาทำได้ พร้อมทั้งได้ขอภาพบัตรประชาชนจาก น.ส.กวาง เพื่อแต่งรูปเปลี่ยนปีเกิดของ น.ส.กวาง ให้มีอายุเกิน 18 ปี จากนั้น น.ส.กวาง ได้เดินทางโดยเครื่องบินไปลงสนามบินนราธิวาส มี
น.ส.ธีริศราฯ ลูกเจ้าของร้าน กับ น.ส.วิภาวรรณ์ฯ รอรับที่สนามบิน และพาไปที่ร้านพบ นางโสภาฯ เจ้าของร้านรอรับอยู่ที่ร้าน และได้เริ่มทำงาน โดยงานแรกเป็นการดื่มกินกับลูกค้าชาวมาเลเซีย หลังจากนั่งดื่มกิน
กับลูกค้าได้สักพัก ลูกค้าได้ใช้ google translate สอบถาม น.ส.กวาง ว่า “ไปกับฉันเท่าไร” น.ส.กวาง
เกิดความสงสัย จึงไปคุยกับ นางโสภาฯ เจ้าของร้านเลยทำให้รู้ว่างานที่ร้านเป็นงานขายตัว ไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่านั่งดื่ม ไม่มีค่าล่วงเวลา เมื่อ น.ส.กวาง รู้ว่าตัวเองถูกหลอกลวงมาขายตัว ไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ประกอบกับ
ไม่เคยขายตัวมาก่อน น.ส.กวาง ก็ปฏิเสธรับงานจาก นางโสภาฯ ซึ่งตอนนั้นผู้ต้องหาทั้งสามได้ช่วยกันพูดจาหว่านล้อมบอกว่าให้ไป ไม่ต้องรับงาน แค่ไปกินข้าวไม่มีอะไรเกินเลย ให้ยอมตามใจลูกค้า ไม่ต้องคิดมาก
เมื่อ น.ส.กวาง ตกลงยอมไปก็ได้ถูกพาไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ๆร้าน เมื่อเข้าห้องไป น.ส.กวาง จึงทราบทันทีว่าตนถูกส่งมาขาย ระหว่างที่ลูกค้าไปอาบน้ำ ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อหาแม่ พ่อเลี้ยง และเพื่อนๆ เพื่อ
ขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครรับสายเมื่อลูกค้าออกมาจากห้องน้ำก็ปิดไฟแล้วผลักตนลงไปที่เตียงและข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ 4 รอบ นางโสภาฯ เรียกเงินจากลูกค้าที่อ้างว่าเป็นค่าเสียเวลา เป็นเงินสดประมาณ
2,000 บาท หลังหักค่าโรงแรมแล้วก็ได้ลงเงินค่าตัวของ น.ส.กวาง ไว้ในบัญชีร้าน โดยต้องแบ่งค่าตัวคนละครึ่งกับร้าน จากนั้น น.ส.กวาง ก็จำใจรับงานขายบริการทางเพศเรื่อยมา เนื่องจาก นางโสภาฯ เจ้าของร้านบอกว่าต้องทำงานใช้หนี้จนกว่าจะหมด ขนาดมีประจำเดือนก็ยังต้องรับลูกค้า โดยเอาฟองน้ำยัดที่อวัยวะเพศ หรือเรียกว่าลูกเจี๊ยบ กระทั่งปลายเดือน ก.ค. 2566 น.ส.กวาง ทนไม่ไหวกับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงติดต่อแม่ให้หาเงินมาใช้หนี้ และลาออกจากร้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าว และได้ทำการสืบสวนติดตามตัวเรื่อยมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวนจนทราบแน่ชัดแล้วว่า นางโสภาฯ และ น.ส.ธีริศราฯ ยังอยู่ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จึงได้นำกำลังเข้าทำการจับกุมตัว ได้ที่บริเวณหน้าบ้าน หมู่ 4 ต.เจ้ะเห
อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
และต่อมาได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายที่เหลือจนทราบแน่ชัดแล้วว่า น.ส.วิภาวรรณ์ฯ หลบไปอยู่ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จึงได้นำกำลังปูพรม และสามารถจับกุมตัว ได้ที่บริเวณหน้าบ้าน หมู่ 4
ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามข้างต้น พร้อมสิทธิตามกฎหมายให้ นางโสภาฯ,
น.ส.ธีริศราฯ และ น.ส.วิภาวรรณ์ฯ ทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น
1. นางโสภาฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
2. น.ส.ธีริศราฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
3. น.ส.วิภาวรรณ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมอีกว่า ในเหตุการณ์ครั้งนั้นผู้ต้องหาอีก 2 คน บอกให้ตนช่วยหาเด็กเข้าร้าน ตนได้บอกว่ามีคนสนใจ จะมาทำแต่อายุไม่ถึง 18 ปี จะรับมั้ย นางโสภาฯ ได้บอกตนว่ารับมาทำงานได้ เดี๋ยวจะบอกคนอื่นว่าเป็นหลานมาช่วยเลี้ยงลูกของ น.ส.ธีริศราฯ
อีกทั้งยังบอกอีกว่าไม่เกรงกลัวใคร เพราะมีความสนิทสนมกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

©2018 CK News. All rights reserved.