วันที่ 19 มี.ค.2569 ภายใต้ยุทธการตัดเนื้อร้าย และข้อสั่งการขั้นเด็ดขาดของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ประกาศจุดยืนชัดเจนในการกวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนพัวพัน แสวงหาผลประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกให้กับขบวนการค้ายาเสพติด โดยจะไม่มีการละเว้นและต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญา วินัย และมาตรการยึดทรัพย์สินขั้นสูงสุด เพื่อกอบกู้ศรัทธาของประชาชนและทำความสะอาดระบบราชการ
สำนักงาน ปปส.ภาค 6 จึงได้บูรณาการกำลังร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพิจิตร เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ บุกจับกุมข้าราชการระดับชำนาญงาน หลังพบหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงขบวนการค้ายาบ้า พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 8 ล้านบาท
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าทำการจับกุม นางกัญญารัตน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งปัจจุบันรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน สังกัดเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนัก ฐานเป็นผู้รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำความผิดเพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 125 (4)) และความผิดฐานฟอกเงิน
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่คาดว่าได้มาจากการกระทำความผิด รวมมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท ประกอบด้วย
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 2 รายการ
ยานพาหนะ จำนวน 2 รายการ
เครื่องประดับทองรูปพรรณ จำนวน 14 รายการ
บัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 2 รายการ
.jpg)
สืบเนื่องจากการขยายผลจับกุมยาบ้ากว่า 3 แสนเม็ด การจับกุมครั้งนี้ เป็นผลมาจากการสืบสวนขยายผลโครงการเครือข่ายรายสำคัญ ปี 2569 ของ ปปส.ภ.6
โดยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายจักรวาล หรืออู๋ (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลางยาบ้า 122,699 เม็ด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จากนั้นได้ขยายผลจับกุม นายกิตติพงษ์ หรือเอก (สงวนนามสกุล) ได้พร้อมของกลางยาบ้าอีก 178,000 เม็ด ขณะนำยามาส่งให้กับนายจักรวาล
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่มัดตัว นางกัญญารัตน์ (ข้าราชการที่ถูกจับกุม) ว่ามีการรับโอนเงินจากบัญชีของผู้ค้ายาเสพติดหลายครั้ง โดยเฉพาะเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายในการลำเลียงยาเสพติดล็อต 122,699 เม็ด เมื่อเดือนตุลาคม 2568
นอกจากนี้ ข้อมูลการสืบสวนเชิงลึกยังพบว่าเครือข่ายนี้เคยถูกประชาชนร้องเรียนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และมีพฤติการณ์กระจายยาเสพติดไปยังพื้นที่จังหวัดสุโขทัยอีกด้วย
การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเสียเอง จะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลทั่วไปถึง 3 เท่า เพราะเครื่องแบบมีไว้ปกป้องประชาชน ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นเกราะกำบังในการทำผิดกฎหมาย
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะเดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อถอนรากถอนโคนทุกเครือข่าย ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีตำแหน่งใดก็ตาม
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอขอบคุณทุกข้อมูลจากประชาชน และขอยืนยันว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนทุกความเดือดร้อนให้เป็นความสงบสุข ขอให้เชื่อมั่นในปฏิบัติการ “1386 ท่านแจ้ง เราจับ ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” เพราะทุกปัญหาของท่านคือภารกิจของเรา
สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด "ท่านแจ้ง เราจับ" — สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.