วันที่ 20 มี.ค.2569 วันสุขภาพช่องปากโลกประจำปี 2026 นี้มีแคมเปญ “A Happy Mouth is… A Happy Life” เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ชี้สุขภาพช่องปากคือรากฐานคุณภาพชีวิต ย้ำ! แค่ ‘แปรงฟัน’ ยังไม่พอ ต้อง ‘ลดหวาน-เลิกน้ำตาล-เติมกากใย’ ควบคู่กันเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ด้าน จ.พัทลุง เดินหน้าลดหวาน แก้ปัญหาฟันผุ–NCDs เผยเด็กโตเสี่ยงสูงสุด กินหวานพุ่งเกือบ 30%
ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า เรื่องของสุขภาพช่องปากไม่ใช่แค่เรื่องฟันเพียงอย่างเดียว ตามที่สหพันธ์ทันตกรรมโลก มองการดูแลช่องปากไม่ใช่เรื่องแยกส่วนแต่เป็นส่วนสำคัญที่แยกไม่ได้จากชีวิตประจำวัน แต่เป็นรากฐานของความสุขและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ กว่า 13 ปีที่ สหพันธ์ทันต กรรมโลกได้รณรงค์เรื่องสุขภาพในช่องปาก และกำหนดให้วันที่ 20 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสุขภาพช่องปากโลก โดยปี 2026 มุ่งสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลรักษาช่องปากในทุกช่วงชีวิต

ปัญหาฟันผุในเด็กไทยยังน่าห่วง เนื่องจากน้ำตาลเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของฟันผุ น้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียในช่องปาก เกิดกรดทำลายเคลือบฟัน นำไปสู่ฟันผุ เหงือกอักเสบ ซึ่งทั้งหมดส่งผลถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระยะยาว นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ฟัน” แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหาร และพฤติกรรมบริโภคของเด็กไทยและคนทุกวัย เพราะปัญหาฟันผุ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเด็กเท่านั้น และแต่เกิดกับคนทุกช่วงวัย
ทั้งนี้ฟัน 20 ซี่ คือเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อให้เราเคี้ยวอาหารได้ปกติ แต่คนไทยวัย 60 ปีในปัจจุบันกลับมีฟันเหลือไม่ถึงเกณฑ์นี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 19 ซี่ เราจึงตั้งเป้าหมาย '80:20' คือ ทำให้ผู้สูงอายุวัย 80 ปี มีฟันเหลือในปากไม่น้อยกว่า 20 ซี่ให้ได้ร้อยละ 50 ของประชากร

“ฉะนั้น ในวันสุขภาพช่องปากโลก จึงไม่ใช่แค่การออกมารณรงค์เรื่องของการแปรงฟันเท่านั้น แต่จะมีการรณรงค์เรื่องของการกินอาหารที่ไม่ทำให้เกิดโรคฟันผุ โรคในช่องปาก และประเด็นการบริโภคหวาน การบริโภคน้ำตาลเกินพอดีควบคู่กันไปด้วย” ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าว

ด้าน ภก.ณัษฐพงษ์ พัฒนพงศ์ เภสัชกรเชี่ยวชาญ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง เปิดเผยถึงสถานการณ์สุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่ว่า ปัญหาฟันผุยังคงอยู่ในระดับน่ากังวล โดยพบในทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 30–40 และมีแนวโน้มทรงตัวในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญยังคงมาจากพฤติกรรมการบริโภคหวานโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กโตที่มีพฤติกรรมกินหวานสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีอัตราการบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 30 และสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดฟันผุ ขณะที่เด็กเล็กอายุ 0–3 ปี มีอัตราการบริโภคน้ำตาลอยู่ที่ประมาณร้อยละ 14–15 ซึ่งจำเป็นต้องเร่งหามาตรการจัดการในทุกกลุ่มวัย

ทั้งนี้ได้บูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสาธารณสุข ออกหน่วยเคลื่อนที่ตรวจสุขภาพช่องปากในชุมชน พร้อมติดตามพฤติกรรมการบริโภคในทุกช่วงวัย ขณะเดียวกัน ยังมีการขับเคลื่อน “โครงการอ่อนหวาน” ในสถานพยาบาลและโรงเรียน เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม
ขณะที่ภาคประชาชนจำเป็นต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อเลือกบริโภคอย่างเหมาะสม เช่น เรามีการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย รวมถึงการขยาย “ร้านกาแฟอ่อนหวาน” มากกว่า 100 แห่งในพื้นที่ ถือเป็นต้นแบบการสร้างสิ่งแวดล้อมอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดการบริโภคน้ำตาลของประชาชนในระยะยาว” รอง สสจ.พัทลุง เน้นย้ำ

ด้าน ทพญ.ชนิฎาภรณ์ สอนสังข์ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า 2569 ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปากเด็ก คือ "ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัยและฟันดีไม่มีผุ (Cavity Free) เป็นการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเข้ากับงานพัฒนาการเด็ก เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการทันตสาธารณสุขเชิงคุณภาพและสร้างเสริมศักยภาพคนไทยให้มีสุขภาพดี การเริ่มต้นที่เรื่องของการแปรงฟัน ควรเริ่มที่เด็ก และทำให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น ขณะที่ทันตบุคลากร 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อปี 2568 ก็มีการทำข้อตกลงร่วม การป้องกันฟันผุในเด็กปฐมวัย (southern oral health charter)


เนื่องในวันสุขภาพช่องปากโลก ตรงกับวันที่ 20 มีนาคม สสจ.พัทลุง ผนึกกำลังกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วจังหวัดพัทลุง จัดกิจกรรม “แปรงฟัน กินฉลาด พัฒนาการสมวัย” ผ่านระบบออนไลน์ โดยชูภาพลักษณ์การแก้ปัญหาฟันผุจากต้นทาง พร้อมการให้คำแนะนำด้านโภชนาการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้ปกครอง ในการดูแลสุขภาพช่องปากและพัฒนาการของเด็กเล็กให้สมวัย


©2018 CK News. All rights reserved.