วันที่ 27 เมษายน 2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน 2 ประเด็นสำคัญ เพื่อให้หน่วยงานเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยมี นายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เป็นผู้รับเรื่อง
ประเด็นแรก นายสนธิญา ยื่นเรื่องขอให้ ปปง. ตรวจสอบ ดำเนินคดี และยึดทรัพย์บริษัทและคลังน้ำมัน ที่มีพฤติการณ์ไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ในลักษณะ “อั้งยี่ ซ่องโจร” กรณีการกักตุนและบริหารจัดการน้ำมันในช่วงเกิดภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 3 ในฐานความผิด (3) (6) (10) และ (18) ประกอบมาตรา 37 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร จึงขอให้ ปปง. ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบการกระทำผิดจริง ให้ดำเนินการยึดทรัพย์สิน และดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งกลุ่มและคณะอย่างถึงที่สุด
นายสนธิญา ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 และขณะนี้มีข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างชัดเจนว่า อาจมีการดำเนินการที่ไม่โปร่งใส จึงมายื่นร้องซ้ำเพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ส่วนประเด็นที่สอง เป็นการยื่นทวงถามความคืบหน้ากรณีที่เคยร้องให้ตรวจสอบ มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนในผลการดำเนินการ
โดยนายสนธิญา ระบุว่า ได้แนบเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมประกอบคำร้อง เพื่อให้ ปปง. ตรวจสอบในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มูลนิธิ พ.ศ.2545, พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487, การเสียภาษีตามกฎหมายสรรพากร รวมถึงประเด็นการแทรกแซงการบริหารราชการชายแดน เพื่อให้ ปปง. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ทั้งนี้ นายสนธิญา ยืนยันว่า การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้ เป็นการติดตามและเร่งรัดให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามกรอบของกฎหมาย
©2018 CK News. All rights reserved.