วันที่ 6 พ.ค.2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนดกู้เงินของรัฐบาล ว่ามีความจำเป็นและเร่งด่วนหรือไม่ โดยมองว่า ถือเป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย แต่ในส่วนของฝ่ายบริหาร รัฐบาลยืนยันว่า การเร่งออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้
ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนภาคการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากไม่เร่งมีมาตรการรองรับ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงควบคู่กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะถัดไป ซึ่งจะแก้ไขได้ยากกว่าปัจจุบันหลายเท่า
ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางดำเนินการใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดต้นทุนภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสู่ผลระยะยาว
ส่วนที่มีการมองว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบ และเสนอให้ใช้กระบวนการงบประมาณปกติ ก็อยากให้เข้าใจความเป็นจริงว่างบประมาณปกติถูกจัดไว้ล่วงหน้า การปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา ทำให้เกิดความล่าช้า ที่สำคัญคือไม่เพียงพอที่จะสู้กับวิกฤตเนื่องจากเราอยู่ช่วงครึ่งหลังปีงบประมาณ กว่างบประมาณใหม่จะเริ่มในเดือนตุลาคมซึ่งไม่ทันให้เรารับมือกับวิกฤตตอนนี้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้กลไกพระราชกำหนดเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าได้อย่างทันท่วงที
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง โดยไม่กระทบต่อเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ของ GDP และทุกโครงการจะอยู่ภายใต้ระบบกลั่นกรอง ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้วางไทม์ไลน์การช่วยเหลือประชาชนไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่ง” ที่ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ และยังมีการเพิ่มเงินแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และยังเป็นการช่วยกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ
“รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความจำเป็นในการดูแลประชาชนและประคับประคองเศรษฐกิจประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงมุ่งให้เกิดผลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่วนฝ่ายค้านก็คงมีดุลพินิจที่แตกต่างไป” นางสาวรัชดา กล่าว
©2018 CK News. All rights reserved.