ตำรวจ ปทส. ปฏิบัติการ Broken Ivory “คชาฆาตปิดปลายงา” บุก 7 จังหวัด ทลายเครือข่ายค้างาช้างข้ามชาติ ยึดของกลางเกือบ 10 ล้าน


12 พ.ค. 2569, 10:47

ตำรวจ ปทส. ปฏิบัติการ Broken Ivory “คชาฆาตปิดปลายงา” บุก 7 จังหวัด ทลายเครือข่ายค้างาช้างข้ามชาติ ยึดของกลางเกือบ 10 ล้าน




วันที่ 12 พ.ค.2569 ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ  ปานแก้ว รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.มงคล พรานสูงเนิน รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.  ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุมตำรวจ บก.ปทส. นำโดย พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส ,      พ.ต.อ.ณัฐพล อะกะเรือน ผกก.2 บก.ปทส.,พ.ต.อ.ณัทกฤช  น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.อ.อรรถพล พลพรม  ผกก.6 บก.ปทส.,พ.ต.ท.ธีระ มะโนสอน รอง ผกก.5 บก.ปทส., พ.ต.ท.สุชาติ พลเมืองดี รอง ผกก.5 บก.ปทส., พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ ทองจำรูญ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปทส., พ.ต.ท.บรรลพ สมพงษ์ สว.กก.5 บก.ปทส.,พ.ต.ท.อภิชาติ พรหมมนตรี สว.กก.5 บก.ปทส.,พ.ต.ท.จีรศักดิ์ นิมมา สว.กก.5 บก.ปทส., พ.ต.ต.สรรเสริญ สอดสุข สว.กก.5 บก.ปทส. พ.ต.ต. ปฏิพัทธ์ ขุนนุ้ย สว.กก4 บก.ปทส. ช่วยราชการ สว.กก5 บก.ปทส.,ร.ต.อ.สันติภาพ นุ้ยพิน รอง สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปทส. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส.

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ภายใต้การอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา  อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช,นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า      ตามอนุสัญญา (CITES) , นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า,นายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ,นายโยธิน เวชพงษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการส่วนควบคุมงาช้าง
 
ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย ในพื้นที่ 7 จังหวัด สมุทรสาคร อุทัยธานี กำแพงเพชร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และ จันทบุรี
1. น.ส.จินตนาฯ  อายุ 52 ปี  ถูกจับกุมที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
2. น.ส.ปณิตาฯ   อายุ  42 ปี ถูกจับกุมที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
3. น.ส.สุดารัตน์ฯ  อายุ 50 ปี  ถูกจับกุมที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
4. นายวังศักดาฯ  อายุ 42 ปี  ถูกจับกุมที่ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี
5.  นายนิพัฒน์ฯ อายุ 31 ปี ถูกจับกุมที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
6. นายทวีศักดิ์ฯ อายุ 41 ปี ถูกจับกุมที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
7. นายวรพงศ์ฯ  อายุ 51 ปี ถูกจับกุมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
8. นายอัมพรฯ  อายุ 49 ปี ถูกจับกุมที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  
9. นายบุญส่งฯ  อายุ 54 ปี ถูกจับกุมที่ อ.ท่าใหม่   จ.จันทบุรี
ตรวจค้นสถานที่ จำนวน 11 จุด
1. บ้านพัก น.ส.จินตนาฯ ใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร   2. บ้านพัก น.ส.ปณิตาฯ ใน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
3. ห้องพัก น.ส.สุดารัตน์ฯ ใน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร         4. บ้านพักนายวังศักดาฯ ใน อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี
5. บ้านพักนายนิพัฒน์ฯ ใน อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร6. บ้านพัก นายทวีศักดิ์ฯ ใน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
7. บ้านพัก นายวรพงศ์ฯ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา8. บ้านพัก นายอัมพรฯ ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  
9. ร้านจำหน่ายมีด นายบุญส่งฯ ใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 10. ร้านจำหน่ายมีด นายบุญส่งฯ ใน อ.สวี จ.ชุมพร
11. บ้านพัก นายบุญส่งฯ ใน อ.สวี จ.ชุมพร
ตรวจยึดของกลาง จำนวน 13 รายการ
1. งาช้าง(แบบท่อน) จำนวน      140 กิโลกรัม2.   งาช้าง(แบบหั่นชิ้น) จำนวน    40   กิโลกรัม
3.   สร้อยลูกประคำงาช้าง จำนวน    7   กิโลกรัม4.   สร้อยพระงาช้างจำนวน    5   กิโลกรัม
5.   ลูกประคต จำนวน                2    กิโลกรัม6.   ผงงาช้างจำนวน   5   กิโลกรัม
7.   กำไล/หัวเข็มขัด จำนวน            1    กิโลกรัม8.   งาช้างอัดเรซิ่น       จำนวน    50   กิโลกรัม  
9.   มีดงาช้าง/มีดเขากวาง  จำนวน   160  ด้าม10. ชิ้นส่วนหางกระเบน  จำนวน      2   กิโลกรัม
11. เครื่องตัด หั่น เจียร์ เจาะ /สว่าน/เลื่อย จำนวน  20   เครื่อง12. ตาชั่ง        จำนวน     5   เครื่อง
13. ซากเต่ากระ  จำนวน 1 ตัว
** งาช้าง,งาช้างหั่นชิ้น และ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ทำจากงาช้าง น้ำหนักรวมประมาณ 250 กิโลกรัม
ราคาขายในท้องตลาด ประมาณ กก. ละ 30,000 บาท **
มูลค่าของกลาง    
1. งาช้างและชิ้นส่วนงาช้าง ประมาณ   7.5  ล้านบาท
2. มีดด้ามงาช้างประมาณ   2. 4  ล้านบาท
รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด ประมาณ   9.9  ล้านบาท
ยอดเงินหมุนเวียนในระบบ ประมาณ 10 ล้านบาท (ระยะเวลาประมาณ 10 เดือน)


 
 
พฤติการณ์ในการจับกุมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ทำการสืบสวน กลุ่มผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า งาช้างและเขี้ยวพะยูน ผิดกฎหมาย โดยชุดสืบสวนพบว่า ความต้องการซื้องาช้างผิดกฎหมายมีความต้องการสูงขึ้นมากผิดปกติ และมีการลงประกาศซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย จึงได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีกลุ่มFacebook ชื่อ “เขี้ยวงา เครื่องรางจากสัตว์” ที่รวมตัวผู้ค้าขายงาช้างผิดกฎหมาย ก่อนจะมีการซื้อขายงาช้างกันเป็นจำนวนมากและเป็นวงกว้าง ชุดสืบสวนจึงได้ติดต่อทำทีขอซื้องาช้างจากกลุ่มผู้ค้าหลายราย และส่งของที่ได้รับดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ ยืนยันว่าเป็นงาช้างสายพันธุ์แอฟริกาทุกราย ตรวจสอบเครือข่าย พบว่ามีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท เป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการ Operation Broken Ivory “คชาฆาตปิดปลายงา” เพื่อทลายเครือข่ายกลุ่มผู้ค้างาช้างผิดกฎหมายกลุ่มนี้ ซึ่งจะเป็นการลดความต้องการในการซื้อขายงาช้างผิดกฎหมายในตลาด ที่ส่งผลกระทบต่อการล่าช้างเพื่อเอางามาขาย
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนใช้เวลาในการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกว่า 7 เดือน จนทราบว่างาช้างที่กลุ่มผู้ต้องหานี้นำมาลักลอบจำหน่ายคืองาช้างแอฟริกา ที่มีการลักลอบนำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำออกมากระจายจำหน่ายให้กับตัวแทนและกลุ่มผู้ที่นิยมสะสมเครื่องประดับงาช้าง ตลอดจนร้านจำหน่ายอุปกรณ์ที่มีซากงาช้างเป็นส่วนประกอบ เมื่อทราบถึงแผนประทุษกรรมจนเป็นที่แน่ชัด จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และนำมาซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญา


ต่อมา เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ       จำนวน 9 ราย และตรวจค้น จำนวน 11 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา ชลบุรี จันทบุรี อุทัยธานี และ กำแพงเพชร
 
ในชั้นจับกุมและสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 9 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยทั้งนี้การกระทำผิดของผู้ต้องหาเป็นการกระทำผิด ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี  หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือ ผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี  หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ” อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562  มาตรา 17 มาตรา 29 ประกอบมาตรา 89 มาตรา 92  





คำที่เกี่ยวข้อง : #จับงาช้าง  









©2018 CK News. All rights reserved.