วันที่ 18 พ.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก, พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ต.พงษ์พิทักษ์
เหล็กชูชาติ, พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง, พ.ต.ท.ณัฐดนัย ลีแข่ไตร, พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป.,
ว่าที่ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.สิทธิพล วงศ์นิโลบล รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป., ด.ต.วีรวัฒน์ จันทร์ไทย, จ.ส.ต.คณาชัย สายดวง, ส.ต.อ.จิระศักดิ์ ศิริโฉม, ส.ต.ท.กรกฏ แท่นประทุม ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป.
ร่วมจับกุมผู้ต้องหา นายประดิพัทธ์ฯ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่
จ.158/2567 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียแก่หายประชาชน”
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายพบเฟซบุ๊กชื่อ ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะ โดยภายในเฟซบุ๊กมีการโพสต์ภาพและโฆษณารับผลิตทรัสแขวนตู้ลำโพง เวทีการแสดง และงานโครงสร้างเหล็กต่างๆ ในลักษณะน่าเชื่อถือ คล้ายมีสถานประกอบการและทีมงานผลิตจริง ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามรายละเอียด และตกลงว่าจ้างให้ นายประดิพัทธ์ฯ
อายุ 43 ปี ผู้ต้องหา ผลิตทรัสและเวที จำนวน 2 ชุด รวมมูลค่ากว่า 265,000 บาท
โดยผู้เสียหายได้ทยอยโอนเงินค่ามัดจำและค่าสินค้าเข้าบัญชีธนาคารตามที่ผู้ต้องหาแจ้งหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 265,000 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินไปซื้อวัสดุและใช้ในการดำเนินการผลิต พร้อมรับปากว่าจะทยอย
ส่งมอบสินค้าให้ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้ถึงวันส่งมอบ ผู้ต้องหาได้ขอเลื่อนส่งสินค้าออกไปหลายครั้ง
โดยอ้างว่างานยังไม่แล้วเสร็จ แต่ยังคงติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสียหายยังคงเชื่อถือและยินยอมให้เลื่อนกำหนดส่งสินค้า
ต่อมาผู้เสียหายเริ่มเกิดความสงสัย จึงเดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่บ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่
อ.โพนศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ พบเพียงลูกน้องกำลังเชื่อมเหล็กอยู่ภายในพื้นที่ และพบว่าสถานที่จริงไม่ตรงกับภาพและข้อมูลที่ผู้ต้องหานำไปโฆษณาไว้ในเฟซบุ๊ก จากนั้นผู้ต้องหาได้นัดส่งสินค้าในพื้นที่ จ.หนองคาย แต่เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบสินค้าพบว่าสินค้าไม่ครบและไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าจะจัดส่งส่วนที่เหลือเพิ่มเติมภายหลัง
กระทั่งภายหลังผู้ต้องหาได้ยอมรับกับผู้เสียหายว่ายังไม่ได้ดำเนินการผลิตเวทีให้ครบตามที่ตกลงไว้
และรับปากว่าจะคืนเงินให้ แต่กลับไม่คืนเงินและหลีกเลี่ยงการติดต่อ ผู้เสียหายจึงตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีลูกค้ารายอื่นเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กลักษณะเดียวกันว่าเคยถูกหลอกให้โอนเงินแต่ไม่ได้รับสินค้า จึงเชื่อว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามผู้ต้องหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
©2018 CK News. All rights reserved.