สภา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อเป็นสมัยที่ 3 เพื่อสานต่อภารกิจนำพาตัวองค์กรสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัลเชิงพุทธ
กระบวนการสรรหาโปร่งใสตามข้อบังคับใหม่ปี 2569
พระเทพวัชรสารบัณฑิต (เจ้าคุณประสาร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัย เปิดเผยผลการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 24 มิถุายน 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ (ซึ่งมีพระพรหมบัณฑิต เป็นประธาน) เสนอชื่อ พระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มจร อีกวาระหนึ่ง โดยขั้นตอนต่อไปฝ่ายเลขานุการจะดำเนินการเพื่อขอพระบัญชาแต่งตั้งจากสมเด็จพระสังฆราชต่อไป
สำหรับการสรรหาในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ พ.ศ. 2569 ที่เน้นระบบธรรมาภิบาล โดยมีคณะกรรมการสรรหาทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ผู้ทรงคุณวุฒิรวม 7 ท่าน
ทำไมอธิการบดี มจร จึงไม่จำกัดวาระ?
มีคำถามว่าอธิการบดี มจร มีการจำกัดวาระเหมือนมหาวิทยาลัยทางโลก (ไม่เกิน 2 วาระหรือ 8 ปี) หรือไม่? เจตนารมณ์ของ พรบ.มจร พ.ศ. 2540 ได้เปิดกว้างในเรื่องนี้ไว้ด้วยเหตุผลสำคัญคือ:
อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสงฆ์: ผู้บริหารระดับสูงต้องเป็นบรรพชิต และมีสัดส่วนบุคลากรสายพระสงฆ์ไม่น้อยกว่า 60%
ข้อจำกัดด้านบุคลากร: พระเถระที่มีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และบารมีในแวดวงสงฆ์ที่จะมาบริหารมหาวิทยาลัยนั้นมีจำกัดและมีภารกิจมาก จึงไม่ควรตัดโอกาสในการได้ผู้บริหารที่มีความพร้อมด้วยการจำกัดวาระ
ความท้าทายครั้งใหญ่ในยุคดิจิทัลและ AI
การรับตำแหน่งในสมัยที่ 3 นี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจาก มจร เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ หน่วยบริการ และสถาบันสมทบทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 48 แห่ง ดูแลบุคลากรและนิสิตกว่า 25,000 รูป/คน และมีงบประมาณบริหารจัดการสูงกว่า 4,000 ล้านบาท (ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งมหาวิทยาลัยต้องจัดหารายได้เอง)
นอกจากนี้ มจร ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ อาทิ:
การเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University): นำระบบ AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้
วิกฤตประชากรลดลง: ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในธุรกิจการศึกษา
การรักษาอัตลักษณ์: ตอบโจทย์ผู้เรียนรุ่นใหม่และชาวพุทธต่างชาติ โดยไม่ทิ้งกลุ่มคนรุ่นเดิม
การขับเคลื่อนปรัชญาปี 2569: มุ่งจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต คู่ปัญญาและคุณธรรม
"อธิการบดี มจร จึงไม่ใช่ใครก็ได้... ตลอด 2 สมัย (8 ปี) ที่ผ่านมา พระพรหมวัชรธีราจารย์ ได้พิสูจน์ผลงานและนำพาองค์กรไปได้ไกลมาก ทุกภาคส่วนในประชาคม มจร จึงยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการสานงานต่อเพื่อสร้าง มจร ยุคใหม่ให้เจริญรุ่งเรือง" — พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย


©2018 CK News. All rights reserved.