วันที่ 20 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการในพื้นที่ทองหล่อ–เอกมัย เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งข้อมูลหรือเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการตรวจสอบความปลอดภัยของสถานบริการอย่างจริงจัง โดยย้ำว่าการตรวจครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายโยธา ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้การตรวจเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน และไม่สร้างความสับสนแก่ผู้ประกอบการ
การตรวจครั้งนี้ได้นำบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวมาปรับปรุงมาตรฐานการตรวจสอบ โดยผสานเช็กลิสต์ด้านอัคคีภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 10 ข้อ เข้ากับข้อกำหนดของกรุงเทพมหานคร และเพิ่มเติมประเด็นด้านความปลอดภัยจากการถอดบทเรียน จนพัฒนาเป็นเช็กลิสต์มาตรฐาน 17 ข้อ ครอบคลุมโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ วัสดุตกแต่งอาคาร และมาตรการรองรับเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ เช็กลิสต์ดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ และจะส่งให้ผู้ประกอบการล่วงหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์การตรวจสอบ ลดความคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติ และร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
.jpg)
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครกำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำเอกสารรับรองจากวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้าและวัสดุอาคาร เนื่องจากสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้หลายกรณีเกิดจากความเสี่ยงที่ไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยการสังเกตจากภายนอก อาทิ การเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ติดไฟง่ายซึ่งซ่อนอยู่เหนือฝ้าเพดาน เพื่อยืนยันว่ามีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม และเตรียมประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบในกรณีที่ผู้ประกอบการขาดบุคลากรหรือมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดเพลิงไหม้
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า การตรวจสอบจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว โดยจะมีการสุ่มตรวจเป็นระยะ เนื่องจากบางสถานประกอบการอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการตรวจ เช่น การกีดขวางทางหนีไฟ การปล่อยให้อุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชำรุด หรือการปิดบังป้ายทางออกฉุกเฉิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ พร้อมกันนี้ กรุงเทพมหานครเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง โดยสามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue หากพบทางหนีไฟถูกปิดกั้น ประตูทางออกฉุกเฉินถูกล็อก ระบบไฟฟ้าเสื่อมสภาพ หรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งหลังเปิดช่องทางดังกล่าว มีประชาชนแจ้งข้อมูลเข้ามาแล้วกว่า 21 กรณี และเจ้าหน้าที่จะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร็ว
สำหรับแผนปฏิบัติการ กรุงเทพมหานครจะเร่งตรวจสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการกว่า 1,100 แห่งทั่วกรุงเทพมหานครให้ครบ 100% ภายใน 60 วัน โดยจัดลำดับความสำคัญจากสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หรือเคยมีประวัติการร้องเรียน พร้อมเพิ่มมาตรการกำหนดจำนวนผู้ใช้บริการสูงสุด (Occupancy) ให้สอดคล้องกับหลักความปลอดภัย เพื่อป้องกันการใช้พื้นที่เกินความจุ ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้านการปรับปรุงกฎหมาย กรุงเทพมหานครได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อจำกัดของกฎหมายสถานบริการและการกำหนดโซนนิ่ง ซึ่งใช้บังคับมาเป็นเวลานานและอาจไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยรัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อศึกษาการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องนิยามของสถานบริการ มาตรฐานความปลอดภัย และการกำหนดพื้นที่ประกอบกิจการ ให้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน
.jpg)
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการอย่างเข้มงวด โดยเน้นตรวจโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน ป้ายบอกทาง ระบบแจ้งเหตุ และแผนอพยพ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายร่วมกันให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมาย เงื่อนไขใบอนุญาต และมาตรฐานความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการปราบปราม สร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการให้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย หากพบข้อบกพร่องต้องเร่งแก้ไขและติดตามผลจนเป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย สุจริต เป็นธรรม และตรวจสอบได้
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจร่วมหลายหน่วยงานช่วยลดความซ้ำซ้อนและลดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ หากพบการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อดำเนินการทางวินัยและกฎหมายได้ทันที
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.