รวบรายสุดท้าย ปิดฉากแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่


15 ก.ย. 2569, 10:18

รวบรายสุดท้าย ปิดฉากแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่




วันที่ 15 ก.ย.2569 พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายอนุวัฒน์ฯ หรืออิฐ อายุ 21 ปี บริเวณหน้าศูนย์การค้า ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  ในข้อหา  “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (ยาเคหรือคีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และสมคบโดยตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน”
 
พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากมาซุกซ่อนไว้ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมีนายนิวและนายอาร์ม ทำหน้าที่ดูแลบ้านเช่าและใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว เป็นพาหนะในการรับและจัดส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายนิวพร้อมพวกกำลังเดินทางไปรับยาเสพติด จึงติดตามความเคลื่อนไหว พบนายนิวและนายอาร์มขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว เข้ามายังบ้านเช่าดังกล่าวก่อนถอยรถเข้าไปภายในบ้านและนำสิ่งของบางอย่างจากรถเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้านซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นยาเสพติด ทั้งสองขับรถออกจากบ้านเช่า มุ่งหน้าไปยังพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นตำรวจและเข้าตรวจค้นพบยาไอซ์และคีตามีนซุกซ่อนอยู่ภายในรถ รวมทั้งพบกุญแจรถยนต์โตโยต้า วีออส จำนวน 1 ดอก และกุญแจบ้านเช่าอีก 1 พวง

จากการสอบถามเบื้องต้นนายนิวและนายอาร์มให้การว่า บ้านเช่าใน จ.สมุทรปราการ เป็นสถานที่เก็บยาเสพติดจำนวนมาก โดยทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้ทำหน้าที่ไปรับและนำยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างประมาณ ครั้งละ 50,000 บาท และเคยทำมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจค้นบ้านเช่าดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก ได้แก่ ยาไอซ์ จำนวน 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม และคีตามีน จำนวน 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม รวมของกลางยาเสพติดประมาณ 60 กิโลกรัม 

นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว จำนวน 1 คัน รถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเครือข่ายดังกล่าวยังมีบุคคลทำหน้าที่เป็น “รถนำ” เพื่อคอยสำรวจเส้นทางและนำทางให้กับรถขนยาเสพติด โดยทราบชื่อคือนายอนุวัฒน์ฯ ใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม เพื่อขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายอนุวัฒน์หรืออิฐ อายุ 21 ปี นั้นหลบหนีไปยังประเทศลาวและกำลังเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายอนุวัฒน์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและขยายผล บก.ปส.1 บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงตนปี 2569 ตนได้รู้จักกับนายนิวกับนายอาร์ม ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเช่า โดยตนได้ไปซื้อบุหรี่หนีภาษีราคาถูกกับทั้งสองคนและได้เล่นพนันปลากัดกัน จนสนิทกัน ต่อมานายนิวกับนายอาร์ม ได้ชักชวนให้ตนขับรถนำเพื่อไปส่งสินค้า ตนคิดว่าเป็นพวกบุหรี่หนีภาษี จึงได้ตอบตกลง โดยได้ค่าจ้าง 4,000 บาทต่อครั้ง ตนทำมาแล้ว 2 ครั้ง
ต่อมาทราบว่านายนิวกับนายอาร์มถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก คิดว่าตนน่าจะโดนด้วย จึงได้เดินทางไปหาพ่อที่ประเทศลาว หวังหลบหนี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ตนคิดว่าเรื่องของตนไม่มีอะไรแล้ว ตนจึงเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ได้นั่งรถตู้มาที่จังหวัดร้อยเอ็ดและต่อรถประจำทางเข้ากรุงเทพมหานคร จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ที่ปทุมธานี เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าว อ้างว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติด





คำที่เกี่ยวข้อง : #แก๊งค้ายา  









©2018 CK News. All rights reserved.