รวบ “กล้า มะขามเตี้ย” แก๊งคอลฯ อ้างกรมที่ดิน ตุ๋นเหยื่อครึ่งล้าน


12 ต.ค. 2569, 09:32

รวบ “กล้า มะขามเตี้ย” แก๊งคอลฯ อ้างกรมที่ดิน ตุ๋นเหยื่อครึ่งล้าน




วันที่ 12 ต.ค. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันทำการจับกุม นายนัฐพล หรือ “กล้า” อายุ 24 ปี ชาวจสุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ 231/2569 ลงวันที่ 13 ส.ค.69 ในข้อหา "เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" ได้ที่บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงและเขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ที่ผ่านมา


การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ถูกแก๊งมิจฉาชีพโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานกรมที่ดิน หลอกให้เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชัน LINE ชื่อ “@กองคลังเอกสาร” อ้างว่าผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาจากกรมที่ดินและเงินเยียวยาโควิด-19 รวม 27,000 บาท จากนั้นคนร้ายได้ออกอุบายหลอกให้ผู้เสียหายทำรายการผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร โดยสั่งให้เปลี่ยนภาษาตัวเครื่องเป็นภาษาอังกฤษ แล้วกดทำตามขั้นตอน พร้อมสั่งให้ปิดโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เมื่อผู้เสียหายเปิดเครื่องกลับมาดูอีกครั้งกลับพบว่ามีข้อความแจ้งเตือนเงินถูกโอนออกจากบัญชีธนาคารหลายบัญชี รวม 4 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 659,900 บาท โดยหนึ่งในนั้นเป็นการถอนเงินผ่านระบบ ATM แบบไม่ใช้บัตร

จากการสืบสวนเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่พบว่า เงินจำนวน 500,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของ นายนัฐพล หรือกล้า (ผู้ต้องหา) ก่อนจะถูกโอนกระจายต่อไปยังบัญชีบุคคลอื่นและบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง เพื่อหลบเลี่ยงและทำให้ยากต่อการติดตามเงินคืน กระทั่งชุดจับกุมสืบทราบว่า นายนัฐพล ผู้ต้องหารายนี้ กำลังเดินทางจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปดักรอจับกุมได้ที่สถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ 

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนัฐพล ให้การรับสารภาพทั้งน้ำตาว่า ช่วงปลายปี 2568 ได้หางานผ่านเพจเฟซบุ๊ก และพบประกาศรับสมัครแอดมินตอบลูกค้าเว็บพนันออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน (ฝั่งปอยเปต) ตอนแรกเสนอเงินเดือน 25,000 บาท ตนยังลังเล ก่อนที่ฝั่งแอดมินจะเสนอเพิ่มค่าคอมมิชชันให้อีก รวมเป็นเงิน 30,000 ถึง 40,000 บาทต่อเดือน ตนเห็นว่ารายได้ดีจึงตกปากรับคำ โดยทางขบวนการได้ออกค่ารถและค่าที่พักใน จ.ระยอง ให้ ก่อนจะมีรถตู้มารับพาข้ามฝั่งผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังเมืองปอยเปต
เมื่อไปถึงวันแรก กลับถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร 1 บัญชี โดยไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้ หนำซ้ำยังถูกกักขังให้อยู่แต่ภายในห้อง ก่อนจะถูกย้ายตัวต่อไปยังเมืองเกาะกง พร้อมกับคนไทยอีก 5 ถึง 6 คน โชคดีที่ต่อมามีชาวบ้านในพื้นที่แนะนำให้ติดต่อสถานทูตเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากขณะนั้นด่านชายแดนปิด ตนต้องอาศัยอยู่ที่สถานทูตเกือบ 1 เดือน จึงได้รับการส่งตัวกลับประเทศไทย โดยที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยสักบาทเดียว ก่อนจะมาถูกตำรวจจับตัวในที่สุด 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ทางด้าน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ฝากเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า มิจฉาชีพมักใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงิน สร้างเรื่องเอกสารตกค้าง หรือสิทธิ์การรับเงินเยียวยา เพื่อหลอกลวงให้เหยื่อทำรายการตามคำสั่งผ่านมือถือ จึงขอเตือนว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลแปลกหน้าที่โทรเข้ามาแอบอ้างอิงสิทธิ์ต่างๆ อย่าทำตามคำสั่งโดยห้ามเปลี่ยนภาษาแอปพลิเคชันธนาคารหรือตั้งค่าโทรศัพท์ตามคำบอกของคนแปลกหน้า หากสงสัยให้วางสายแล้วโทรสอบถามหน่วยงานนั้นๆ ผ่านเบอร์โทรศัพท์สายด่วนทางการด้วยตนเอง และหากพบความผิดปกติเงินถูกโอนออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบอายัดบัญชีกับธนาคารและแจ้งตำรวจทันที “อย่าเชื่อ อย่ากด อย่าโอน”

 


 





คำที่เกี่ยวข้อง : #แก๊งคอลเซ็นเตอร์  









©2018 CK News. All rights reserved.