วันที่ 2 ต.ค.2569 มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และเครือข่ายปราชญ์เกษตร ส.ป.ก. นำองค์ความรู้สมุนไพร อาหารพื้นถิ่น และภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้านอีสานมาถ่ายทอดในมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผ่านนิทรรศการวิถีสุขภาพ “ตั้งแต่เกิดจนตาย” ณ เฮือนเกย โซนหมู่บ้านอีสาน สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า และการดูแลสุขภาพที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้มุ่งนำเสนอคุณค่าของภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้าน ซึ่งเชื่อมโยงการดำรงชีวิตของผู้คนเข้ากับธรรมชาติและระบบนิเวศ โดยเฉพาะป่าเต็งรังที่เป็นแหล่งทรัพยากรสมุนไพรสำคัญของภาคอีสาน และเป็นฐานความรู้ในการดูแลสุขภาพของชุมชนตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
“ป่าเต็งรังที่หลายคนอาจมองว่าเป็นป่าแห้งแล้ง แท้จริงแล้วเป็นคลังยาขนาดใหญ่ของแดนอีสาน เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรและภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์ที่อยู่คู่กับชีวิตผู้คน สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ควรได้รับการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัย และพัฒนาต่อยอดให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่า” ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าว
.jpg)
นิทรรศการนำเสนอการใช้สมุนไพรในวิถีชีวิต ทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม และการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าเต็งรัง ผลงานวิจัย และกระบวนการพัฒนาคุณภาพสมุนไพรพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นเส้นทางจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การใช้ประโยชน์ในสังคมปัจจุบัน ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นต้นทางขององค์ความรู้เหล่านี้
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ ส.ป.ก. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องดำเนินการทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพร เพราะการสืบทอดภูมิปัญญาจำเป็นต้องมีทรัพยากรที่เป็นรากฐานรองรับ
“หากเราต้องการรักษาภูมิปัญญาสมุนไพรให้คงอยู่ เราต้องมีบ้านให้สมุนไพรอยู่ บ้านของสมุนไพรก็คือป่า เมื่อป่ายังคงอยู่ ต้นไม้ต้นยาก็ยังอยู่ ภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้านก็มีโอกาสสืบทอดต่อไปได้”
ทั้งนี้ พื้นที่และเครือข่ายเกษตรกรของ ส.ป.ก. มีศักยภาพในการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งสมุนไพร หากเชื่อมโยงการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม การวิจัยพัฒนา และการตลาดเข้าด้วยกัน จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นฐานเศรษฐกิจในระยะยาว
.jpg)
ด้านนายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการนำศักยภาพสมุนไพรอีสานและองค์ความรู้ของเกษตรกรมาเผยแพร่สู่สาธารณะ พร้อมต่อยอดทรัพยากรในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมสมุนไพรไทย โดยมีเครือข่ายเกษตรกรและปราชญ์ท้องถิ่นเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชุมชน
ภายในพื้นที่จัดแสดง มีเครือข่ายปราชญ์เกษตร ส.ป.ก. กว่า 11 เครือข่าย ร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญา สาธิต และนำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงและจำหน่าย ทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผ้าทอพื้นเมือง อาหารพื้นถิ่น เครื่องดื่มจากผลผลิตทางการเกษตร และเมนูสร้างสรรค์ เช่น พิซซ่าจากมันพื้นบ้าน โดยหมุนเวียนกิจกรรมตลอด 134 วันของการจัดงาน เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ การผลิต และตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักผู้ผลิตและเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์โดยตรง
.jpg)
นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า สมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสร้างมูลค่าได้แม้ใช้พื้นที่เพาะปลูกไม่มาก แต่การส่งเสริมการปลูกเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ส.ป.ก. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การพัฒนาคุณภาพ การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และช่องทางจำหน่าย เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เติบโตจากพื้นที่ ส.ป.ก. และสร้างผลประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวเชิญชวนเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และประชาชนทั่วไป เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ เพื่อทำความรู้จักสมุนไพรอีสาน เรียนรู้วิธีที่บรรพบุรุษใช้ธรรมชาติดูแลสุขภาพ และค้นพบโอกาสนำภูมิปัญญามาพัฒนาต่อยอด พร้อมร่วมกันรักษาป่าซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของทั้งทรัพยากรและองค์ความรู้
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการอภัยภูเบศรและเครือข่าย ส.ป.ก. ได้ที่ เฮือนเกย โซนหมู่บ้านอีสาน ภายในมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 เวลา 08.00–20.00 น. พร้อมชมสวนจากนานาชาติ 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ รวมถึงกิจกรรมจากเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ
.jpg)
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.