วันที่ 7 เม.ย.2569 พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ทั้งบริเวณศาลหน้ากระทรวง และด้านหลังกระทรวง หลังจากเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัวเป็นวันแรกในรัฐบาลอนุทิน 2 จากนั้นได้มอบแนวทางการทำงานให้กับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม
พลตำรวจโทรุทธพล บอกว่า วันนี้เข้ากระทรวงในรอบที่ 2 ผู้บริหารได้มาแสดงความยินดีทุกกรม ส่วนนโยบายจะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพื่อมอบนโยบาย ซึ่งได้ศึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อมาถ่ายทอดให้ข้าราชการให้กับกระทรวงยุติธรรม
ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่จะทำในรัฐบาลนี้ คือ โครงการในพระราชดำริ และภารกิจที่สำคัญที่เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาล รวมถึงการแก้ไขกฎหมายต่างๆ โดยจะดูนโยบายของรัฐบาลเป็นหลักว่าจะถ่ายทอดอะไรมาที่เกี่ยวข้องกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ยังไม่ได้มอบนโยบายอะไรเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้กระทรวงยุติธรรมจะเดินหน้านโยบาย work form home เพราะมีการเตรียมควางพร้อม วางระบบไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ส่วนความคืบหน้าคดีการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะความชัดเจนกรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่พบน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตรหายไประหว่างทะเลนั้น พลตำรวจโทรุทธพล ระบุว่า ข้อมูลน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตรยืนยันได้ว่าเป็นข้อมูลที่เทียบจากเรือ ว่ามีการถ่ายโอนไป โดยจะต้องมีการพิสูจน์ทราบว่ามีการถ่ายโอนไปที่เรือลำไหนอย่างไร และหลังจากที่ตนเองไปมอบนโยบายที่ DSI ก็ให้ DSI รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจน คาดว่าวันนี้ก่อนเที่ยงจะได้ข้อมูลว่า ‘จำนวนเรือทั้งหมดที่มีปริมาณน้ำมันลดน้อย เมื่อถึงปลายทางมีจำนวนทั้งหมดกี่ลำ กี่เที่ยว และเป็นปริมาณเท่าไร’ แต่เบื้องต้นจากการตรวจพบครั้งที่แล้ว พบว่าหายไปทั้งหมด 57 ล้านลิตร จาก 96 เที่ยว
“อธิบดี DSI ก็ทำงานทุกวันไม่ได้หยุด ผมไม่ได้รีบ แต่ผมบอกว่าเที่ยงนี้”
ส่วนน้ำมันจะหายไปที่ส่วนไหนของทะเลนั้น เป็นข้อมูลของทาง ศรชล. หลังจากที่เราได้ส่งข้อมูลรายชื่อเรือไปว่าเป็นเรือลำไหน ทาง ศรชล. ก็ได้ตรวจสอบ และส่งข้อมูลมาแล้ว เพราะ ศรชล. สามารถตรวจสอบการเดินทางของเรือได้ 90 วัน ส่วนเป็นบริษัทสัญชาติไทยหรือเป็นบริษัทเดียวกันหรือไม่ ขอให้รอข้อมูลจากทาง DSI สรุปอีกครั้ง และเท่าที่ตรวจสอบเป็นเรือหลายบริษัทรวมกัน
ส่วนเรือเหล่านี้จะอยู่บริเวณฝั่ง หรือลอยลำอยู่กลางทะเล ก็ขอตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งแล้วแต่ภารกิจของเขา แต่เราจะดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นแค่กรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี เท่านั้น ส่วนที่ จ.ชุมพร และ จ.สงขลา ก็จะตรวจสอบไปอย่างต่อเนื่องด้วย ส่วนจะถึง 70 ล้านลิตรหรือไม่ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
พลตำรวจโทรุทธ ระบุด้วยว่า จากการที่ตนเองได้ไปตรวจสอบโรงกลั่น 6 แห่ง ก็ยังไม่พบข้อพิรุธ เพราะมีความจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกจากโรงกลั่นอยู่แล้ว เพราะเขาไม่สามารถกักเก็บได้ และน้ำมันที่ตรวจพบว่าหายไป 57 ล้านลิตร คือ กรณีของ จ.สุราษฎร์ธานีที่เดียว และหลังจากนี้จะมีปฏิบัติการตรวจค้นในจุดอื่นๆ ตามมาอีก เพราะหากพบว่าจุดไหนที่มีความผิดปกติที่มีลักษณะการกักตุนก็จะเข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากมีพยานหลักฐานมายืนยันก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน
ส่วนกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคใต้นั้น จะมีความเชื่อมโยงกับทางการเมืองหรือไม่ พลตำรวจโทรุทธพล อธิบายว่า ภาคอื่นๆก็มีการจับกุมไปแล้ว ทั้ง จ.อ่างทอง อ.แม่สอด จ.นครสวรรค์ และระบบการขนส่งโดยท่อไปภาคเหนือ ซึ่งที่กำลังพูดกัน 57 ล้านลิตรเป็นแค่ส่วนเดียว ซึ่งเร็วๆ นี้ก็จะมีปฏิบัติการเพิ่มเติมแน่นอน หากพบพิรุธก็เข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทนั้นๆ จะกระทำความผิดหรือไม่ จะต้องเข้าไปตรวจสอบก่อน
พลตำรวจโทรุทธพล บอกด้วยว่า ”ในวันที่ 9 เมษายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณารับคดีการกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ โดยผ่านคณะกรรมการคณะพิเศษ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่จะรวบรวมทุกคดีมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด ส่วนความผิด จะเป็นฐานความผิดตาม พ.ร.บ.สินค้า และบริการ เพราะพฤติกรรมแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ก็คงจะมี พ.ร.บ.อื่นที่เข้าประกอบการดำเนินการเอาผิดด้วย“
ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น คงต้องขอดูรายละเอียดก่อน เพราะข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน จึงต้องขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน
©2018 CK News. All rights reserved.