วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการความร่วมมือกับ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก (ขกท.ทบ.) จับกุมนักค้ายาเสพติดพื้นพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 6 คน พร้อมไอซ์ 300 กก. ซุกซ่อนภายในรถตู้ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไป” เหตุเกิดที่ สถานบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. ขยายผลตรวจค้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส (อ.เจาะไอร้อง, อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโกลก) จำนวน 5 จุด ตรวจยึดทรัพย์สิน อาทิเช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กิจการซักผ้าหยอดเหรียญ ยานพานหนะ เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม เป็นต้น รวมมูลค่า 46 ล้านบาท
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการประสานข้อมูลทางการข่าวร่วมกับ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 เกี่ยวกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคใต้กลุ่มดังกล่าว ว่ามีพฤติการณ์นำรถตู้มาซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ภาคใต้ (มีการสลับป้ายทะเบียนเพื่ออำพรางการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่) จากการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง
โดยในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 พบข้อมูลที่เชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวเตรียมดำเนินการเรื่องการลำเลียงยาเสพติด จึงร่วมกับสืบสวนติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด กระทั่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามเครือข่ายดังกล่าว ขณะไปถึงสถานบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าว พบ ไอซ์ 300 กก. ซุกซ่อนภายในรถตู้ พร้อมจับกุมผู้ต้องหารวม 6 คน (ชาว จ.นราธิวาส) โดยมีการขยายผลตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.นราธิวาส (อ.เจาะไอร้อง, อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโกลก) จำนวน 5 จุด และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงผู้สั่งการ/ ผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นเชื่อว่าไอซ์เตรียมลำเลียงไปยังพื้นที่ภาคใต้ และลำเลียงต่อไปยังปลายทางประเทศที่สาม
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดก่อนจะถูกลำเลียงไปยังประเทศที่สาม ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนขยายผลเครือข่ายการค้ายาเสพติด และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ถึงระดับนายทุนผู้สั่งการ รวมทั้งใช้มาตรการขยายผลการสืบสวนเพื่อติดตามหาทรัพย์สิน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดทั้งหมดมาดำเนินคดีไปควบคู่กัน โดยมีเป้าหมายเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างเป็นระบบตามนโยบายของรัฐบาล
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.